ดีเดย์ออกนอกประเทศ
posted on 30 Aug 2009 02:52 by naughtinวันนี้ตะลอนไปหลายที่
ไปไหว้วัดพระแก้ว ไปจตุจักร ไปสยาม
กลับมาเพิ่งจัดกระเป๋าเตรียมตัวไปเกาหลี 4 เดือน
เมื่อยตัวพอสมควร เอิ๊กกก~~
พรุ่งนี้ก็เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ กับที่ใหม่ๆ
วันนี้ตะลอนไปหลายที่
ไปไหว้วัดพระแก้ว ไปจตุจักร ไปสยาม
กลับมาเพิ่งจัดกระเป๋าเตรียมตัวไปเกาหลี 4 เดือน
เมื่อยตัวพอสมควร เอิ๊กกก~~
พรุ่งนี้ก็เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ กับที่ใหม่ๆ
ยิ้มไม่ออก...
ถึงแม้ว่ารายงานจะเพิ่งเสร็จ...
คุณภาพรายงานแย่...
การจัดกระเป๋าไปเกาหลี การซื้อของ การเตรียมตัวทุกอย่างดูจะเป็น "ธุระ" สำหรับตอนนี้
ยิ่งคิดว่าไปเรียน..ซึ่งคงจะเรียนหนักมากกว่านี้หรือเท่าตอนนี้ ก็ยิ่งเฉยชากับการไปมากขึ้น
ตอนนี้ความรัก จะเรียกความรักก็ไม่ได้หรอก ความรู้สึกอะไรซักอย่างที่เป็นส่วนตัว ก็นิ่งไป
เหมือนกับว่า ตะโกนไปที่น้ำ และก็นิ่งเงียบ อาจมีแค่กระแสผิวน้ำ
เราไม่สามารถทำใจให้ร่าเริง ตื่นเต้นไปกับหัวใจตัวเองฝ่ายเดียวได้
เราอาจจะยังเด็กอยู่ ขอแค่มีคนใส่ใจ ดูแล แต่เรายังไม่สามารถดูแลใครได้
การยอมรับตัวตนของเรา มันก็ดี แต่เราต้องการมากกว่านั้น
เราไม่สามารถบอกได้จนกว่าสิ่งนั้นจะปรากฎตรงหน้าเราเอง...
เมื่อวานเราก็ไปทำวีซ่าเกาหลีกับเพื่อนๆ ตอนบ่าย ที่สถานทูตเกาหลี
เข้าไปถึงหน้าเคานเตอร์ มีแต่คนงานที่จะไปเกาหลีนั่งรอคิวอยู่ครับ คนเยอะมากเลย
นัดกันไว้บ่ายโมง 15 พวกเราก็นั่งรอแกร่วจนเกือบบ่ายสาม
ระหว่างที่รอ ก็ได้แต่คุยกันเรื่องค่าหอ มีปัญหาเรื่องหอกันนิดหน่อย
รู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือน เด็กนักเรียนถูกจับผิด เหอๆๆ
แล้วซักพักพวกเราก็ถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์ที่ห้องสัมภาษณ์ 1
เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์คือคนเกาหลี สัมภาษณ์โดยภาษาอังกฤษ
พวกเราแบ่งกลุ่มกันโดย กลุ่มที่ออกเงินด้วยตัวเองในการเรียนกับกลุ่มที่ได้รับทุน
กลุ่มที่สองมีหกคน ก็เยอะนิดนึง กว่าจะจัดสรรที่ยืนกันในห้องได้ก็ใช้เวลานิดหน่อย
คำถามไม่มีอะไรมากค่ะ แต่ถามเพิ่มเติมจากแบบฟอร์มสัมภาษณ์ที่ให้กรอกก่อนสัมภาษณ์นั่นเอง
คำถามก็อย่างเช่น เรียนเอกอะไรมา เคยไปเมืองนอกหรือเปล่า
ออกแนวชวนคุยเล่นมากกว่า
พอถึงตาเรา เจ้าหน้าที่ทักว่า หน้าเหมือนคนเกาหลีนะ
หน้าตากลมๆ หน้ายิ้มๆแบบนี้ แม่ผัวชอบนะ เป็นโหงวเฮ้งลูกสะใภ้ที่ดี
ฮ่าๆๆๆ ดีมั้ยนี่?
ปล. เพิ่งรู้ว่าวีซ่าคือใบแปะอยู่ในพาสปอร์ตนี่เอง
ปล. อีกครั้ง ช่วงนี้คือช่วงไม่อ่านหนังสือแบบไม่มีเหตุผล เรียกว่าเป็นช่วงทำใจก่อนอ่านล่ะมั้ง